calender

อ่านต่อ : http://writer.dek-d.com/Anarya/story/viewlongc.php?id=290943&chapter=460#ixzz1IEfhZy1Q

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554

เขากระโดง






          วนอุทยานเขากระโดงอยู่ในท้องที่ตำบลเสม็ด ตำบลอิสานและตำบลสวายจีก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ มีเนื้อที่ประมาณ 1,450 ไร่ เนื้อที่ส่วนใหญ่ของป่าเป็นที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดิน กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2526

ประวัติความป็นมา
         เขากระโดงเป็นภูเขาไฟเก่าแก่ที่มองเห็นลักษณะปากปล่องได้ชัดเจน อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 6 กม.บนเส้นทางสาย บุรีรัมย์-ประโคนชัย (ทางหลวงหมายเลข 219) วนอุทยานเหล่านี้มีพันธุ์ไม้พื้นเมือง น่าศึกษา หลายชนิด สามารถขึ้นได้ 2 ทาง คือ ทางรถยนต์ ซึ่งตลอดเส้นทางจะพบพระพุทธรูปปางต่างๆ เรียงรายอยู่เป็นระยะ ส่วนทางขึ้นอีกทางหนึ่งเป็นบันได มีความสูงประมาณ 265 เมตร ก่อนถึงยอดเขา จะเห็นสระน้ำมณีวรรณ อยู่ทางด้านขวามือ สระน้ำนี้เชื่อว่าเดิมเป็นปากปล่องภูเขาไฟ บนยอดเขาเป็นลานกว้าง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่ ชื่อว่า "พระสุภัทรบพิตร" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่เมืองบุรีรัมย์ และมีปรางค์กู่โบราณ ภายในประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองอยู่ด้วย

                                                    ลักษณะภูมิประเทศ
       บริเวณป่าเขากระโดงมีสภาพพื้นที่เป็นภูเขาขนาดเล็ก 2 ลูกอยู่ติดๆกัน คือเขากระโดงและเขาใหญ่ บริเวณพื้นที่ป่าเขากระโดงเป็นที่ราบสูงและเนินเขาซึ่งลาดจากเขากระโดงและเขาใหญ่ลงไปทางทิศตะวันออก ภายในบริเวณเขากระโดงเป็นหุบเขาตื้นๆมีทำนบกั้นเป็นอ่างเก็บน้ำ 2 แห่ง จากป่าเขากระโดงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้มีอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มากและอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด
ลักษณะภูมิอากาศ
      สภาพภูมิอากาศของป่าบริเวณเขากระโดงแบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า
      มีสภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าเต็งรัง พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ เต็ง รัง มะกอกเลื่อม ตะคร้อ ขี้เหล็กป่า สมอพิเภก งิ้วป่า ปอยาบ เป็นต้น ไม้พื้นล่างได้แก่ สาบเสือและหญ้าชนิดต่างๆและยังมีพันธุ์ไม้ที่นำมาปลูกได้แก่ จามจุรี ลั่นทม สนประดิพัทธ์ โพธิ์ มะม่วง มะขาม ยูคาลิปตัสสัตว์ป่าที่พบได้แก่ กระรอก กระต่ายป่า และนกชนิด ต่างๆ
                         
บ้านพัก-บริการ
       วนอุทยานเขากระโดง ไม่มีบ้านพักบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะเดินทางไปพักแรม โปรดนำเต็นท์ไปกางเองแล้วไปติดต่อขออนุญาตกับหัวหน้าวนอุทยานเขากระโดงโดยตรง หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายจัดการวนอุทยาน สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ 10900
แหล่งท่องเที่ยว
       เขากระโดง บนเขากระโดงเป็นที่ตั้งของปูชนียสถานหลายอย่างซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป ที่สำคัญได้แก่ พระพุทธบาทจำลอง พระสุภัทรบพิตร และยังมีปูชนียสถานเรียงรายอยู่ตามทางรถยนต์ขึ้นเขากระโดงอีกหลายแห่งเช่น กุฏีคชเสนีย์ ศาลาพระพุทธองค์
ศาลาประจำวัน

                                                      พระพุทธบาทจำลอง พระสุภัทรบพิตร

การเดินทาง
รถยนต์ สามารถเดินทางไปวนอุทยานเขากระโดงได้ 3 เส้นทางดังนี้
    1.ส้นทางจากจังหวัดบุรีรัมย์ ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 219 (บุรีรัมย์-ประโคนชัย) ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าวนอุทยานฯ
    2.เส้นทางจากจังหวัดนครราชสีมา ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 (นครราชสีมา-สุรินทร์) ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าวนอุทยานฯ
    3.เส้นทางจากจังหวัดสุรินทร์ ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 ระยะทาง 50 กิโลเมตร พบสี่แยกแล้วเลี้ยวซ้ายไปอำเภอประโคนชัยประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า

สถานที่ติดต่อ
     วนอุทยานเขากระโดง สำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) ต.เสม็ด อ.เมือง
จ.บุรีรัมย์ 


ประวัติต้นหีผีหรือโยนีปิศาจที่เขากระโดง

                         

        ในสมัยหนึ่ง พระโพธิสัตว์จุติจากเทวโลกลงมากำเนิดเป็นราชโอรสของท้าวมหาธรรมราชากับนางสุวรรณเทวีแห่งเมืองพรหมพันธุ์นคร (บางตำนานว่าเป็นลูกเจ้าเมืองขอม) มีนามว่า ปาจิตต์กุมารครั้นปาจิตต์กุมารมีพระชนม์ได้ ๑๖ พรรษา พระราชบิดาก็ทรงคิดจะอภิเษกให้ขึ้นครองราชย์ และได้หาพระธิดาของกษัตริย์เมืองขึ้นทั้งร้อยเอ็ดหัวเมืองมาให้เลือก แต่ท้าวปาจิตต์ไม่ต้องพระทัย จึงคิดจะแสวงหาคู่ด้วยพระองค์เอง โดยโหรได้ทำนายว่าเนื้อคู่ของพระองค์นั้นยังอยู่ในครรภ์ของหญิงม่ายผู้อนาถา ให้ท้าวปาจิตต์เดินทางไปทิศตะวันออกจะได้พบและรู้จักหญิงผู้นั้น โดยให้สังเกตแสงอาทิตย์ทรงกลดเป็นเงากั้นบนศีรษะเพราะบุญญาธิการของทาริกาที่อยู่ในครรภ์นอกจากข้อมูลในเชิงวิชาการแล้วยังมีตำนานเกี่ยวกับต้นหีผีอยู่เรื่องหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในวรรณกรรมท้องถิ่นเรื่อง ท้าวปาจิตต์ นางอรพิมซึ่งเป็นทั้งวรรณกรรมลายลักษณะและวรรณกรรมมุขปาฐะ (บอกเล่า) โดยตอนหนึ่งได้เล่าถึงเหตุการณ์ซึ่งเป็นที่มาของตนไม้ชื่อแปลกพันธุ์นี้ว่า     ต้น กระนุยขม็อจหรือหีผีมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Schrebera swietenioides Roxb” เป็นไม้ยืนต้นเปลือกแข็ง ลำต้นสูงใหญ่ ดอกมีลักษณะเป็นช่อมีสีขาวแกมเหลืองคล้ายดอกพวงพะยอมแต่ไม่หอม เริ่มออกดอกในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ลักษณะของผลคล้าย ๆ ลูกมะกอก ขนาดประมาณ ๓ ๕ เซนติเมตร เมื่อผลสุกเต็มที่จะร่วงลงมาและแตกออกเป็น ๒ ซีก หากนำไปกดกับดินทรายจะปรากฏรอยมีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศหญิง พันธุ์ไม้ชนิดนี้มีเฉพาะในประเทศไทย ส่วนใหญ่แล้วมักจะพบตามภูเขาไฟ


       หลังจากได้ฟังคำทำนายของโหรท้าวปาจิตต์ได้เดินทางหาคู่จนกระทั่งไปพบนางบัวชาวบ้านสัมฤทธิ์ซึ่งกำลังตั้งครรภ์และมีลักษณะตรงกับคำทำนาย ท้าวปาจิตต์จึงขอฝากตัวเป็นคนรับใช้ จนกระทั่งนางบัวได้คลอดบุตรเป็นทารกหญิง ท้าวปาจิตต์ได้ตรวจดูลักษณะเห็นถูกต้องตามคำทำนายก็ยินดีปรีเปรมเป็นอย่างยิ่ง ช่วยนางบัวเลี้ยงดูบุตรจนเติบใหญ่เป็นสาวงามมีนามว่า อรพิมพ์ต่อมาท้าวปาจิตต์ได้ขอลานางบัวกลับบ้านเมืองเพื่อเตรียมตัวกลับมาสู่ขอนางอรพิมพ์ตามประเพณี โดยมีการจัดขบวนขันหมากอย่างสมเกีตรกับลูกเจ้าเมือง


      พอขบวนขันหมากเดินทางมาถึงบ้านกงรถ ท้าวปาจิตต์ไดข่าวมาว่านางอรพิมพ์ถูกท้าวพรหมทัตกุมาร โอรสแห่งพาราณศรีฉุดนางไปเป็นชายาแต่นางไม่ยินยอมจึงถูกขังไว้ในปราสาทของท้าวพรหมทัต ท้าวปาจิตต์ได้ยินดังนั้นก็ทรงเสียพระทัยเป็นอย่างมาก รับสั่งให้ทหารทุกคนที่ติดตามมากลับคืนบ้านเมือง ส่วนพระองค์ได้เดินทางเข้าเมืองคนเดียวเพื่อตามหานางอรพิมพ์จนกระทั่งพบกันและชักชวนกันหลบหนีออกมาจากที่คุมขัง
     ระหว่างทางท้าวปาจิตต์ถูกนายพรานฆ่าตายและชิงตัวนางอรพิมพ์ไป ต่อมานางอรพิมพ์ได้ฆ่านายพรานผู้นั้น แล้วกลับมารักษาท้าวปาจิตต์จนฟื้นคืนชีพด้วยสมุนไพรวิเศษที่ได้มาจากเทวดา หลังจากนั้นจึงพากันออกเดินทางต่อและได้ล่องเรือผ่านแม่น้ำสายหนึ่งโดยอาศัยเณรเป็นคนพายเรือข้ามฟากให้ แต่เณรได้ออกอุบายล่อลวงให้ท้าวปาจิตต์ขึ้นฝั่งไปก่อนส่วนตนเองพานางอรพิมพ์พายเรือหนีไป จนกระทั่งขึ้นฝั่งนางอรพิมพ์จึงออกอุบายให้เณรขึ้นไปบนต้นมะเดื่อแล้วเอาหนามใส่ไว้ใต้ต้น ก่อนจะพายเรือกลับมาหาท้าวปาจิตต์แต่หาไม่พบ นางจึงออกเดินทางตามหา


     เนื่องจากต้องระเหเร่ร่อนรอนแรมกลางป่าดงตามลำพังผู้เดียวและเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายขึ้นกับตนในระหว่างเดินทาง นางอรพิมพ์จึงได้ตั้งจิตอธิฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ตนเองแปลงร่างกลายเป็นชาย โดยขอให้บางส่วนที่เป็นหญิงหลุดหายไปจากร่าง ดังนั้น นางจึงเอานมไปฝากไว้ที่ต้นงิ้ว ส่วนโยนี (อวัยวะเพศหญิง) เอาไปฝากไว้ที่ต้นมะกอกโคก ก่อนจะออกเดินทางตามหาท้าวปาจิตต์ต่อไป
ครั้นเมื่อเดินทางผ่านมาถึงเมืองจำบาก นางอรพิมซึ่งอยู่ในร่างชายได้ใช้รากไม้ที่เป็นสมุนไพรวิเศษของตนเองรักษาพระธิดาเจ้าเมืองที่ถูกงูกัดตายให้รอดชีวิตขึ้นมาได้เจ้าเมืองจำบากรู้สึกพอพระทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงยกพระธิดาให้แต่งงานด้วย แต่นางอรพิมได้ตอบปฏิเสธและพยายามบ่ายเบี่ยง โดยขอเพียงให้ได้บวชในพุทธศาสนาจนกระทั่งได้รับสมณศักดิ์เป็น พิมสังฆราชอยู่ในนครแห่งนั้น

    จนกระทั่งวันเวลาผ่านไป ๗ ปี นางอรพิมพ์จึงได้พบกับท้าวปาจิตต์อีกครั้งหนึ่ง เมื่อเห็นเช่นนั้นนางอรพิมพ์ในร่างพิมสังฆราชจึงได้เดินทางไปยังต้นมะกอกโคกที่ตนเองฝากโยนีเอาไว้ แล้วตั้งจิตอธิษฐานทำพิธีบวงสรวงเทวดาฟ้าดินขอให้ตนเองกลับมาเป็นเพศหญิงดังเดิม แล้วทั้งสองก็พากันเดินทางกลับบ้านเมืองของตนเองจากตำนานท้องถิ่นที่เล่าบอกต่อกันมาข้างต้น
                    











10 ความคิดเห็น:

  1. น่าไปเที่ยว พักผ่อนจังเรย...........

    ตอบลบ
  2. โอ้โห....ชื่อต้นไม้ น่ากัวมาก
    ^_^

    ตอบลบ
  3. ป๊ะๆๆๆ ไปเที่ยวบุรีรัมย์กัน

    ตอบลบ
  4. ต้นโยนีปิศาจมีจิงๆๆๆๆน๊ะ
    อยู่บนยอดเขาเลย
    เค้าเคยเหนแล้ว

    ตอบลบ
  5. ต้นกระนูยขมอย..อิอิ
    เห็นแล้วคิดถึงบ้าน..กลับไปปีนดูวิวสวยๆ

    ตอบลบ
  6. เค้าเรียกโยนีปีศาจจริงหรอ..เพิ่งรู้น้ะนี่

    ตอบลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ29 มีนาคม 2554 เวลา 18:27

    โอ้ยอยากไปเที่ยวจัง

    สวยๆๆๆๆๆๆๆ

    ตอบลบ
  8. อยากไปๆ พาไปด้วยนะ 555

    ตอบลบ
  9. ไม่ระบุชื่อ27 พฤษภาคม 2554 เวลา 04:42

    เรียกง่านง่ายแต่ไม่สุภาพว่า หีผี

    ตอบลบ