calender

อ่านต่อ : http://writer.dek-d.com/Anarya/story/viewlongc.php?id=290943&chapter=460#ixzz1IEfhZy1Q

วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554

ช็อคโกแลตกับราศรี


     ใครที่กำลังจะซื้อช็อกโกแลตให้กับหวานใจในวันพิเศษ ๆ จะให้ถูกใจต้องมาดูกันก่อนว่า หวานใจของคุณเกิดในราศีอะไร คราวนี้จะได้ซื้อช็อกโกแลตได้ถูกใจคนรับนะคะ

     ราศีเมษ ต้องเลือกแบบที่หรูหราหน่อย เพราะชาวราศีเมษ ต้องการสิ่งที่ดีที่สุด เสมอ สำหรับพวกเขา
     ราศีพฤษภ ชาวราศีพฤษภชอบช็อกโกแลตที่ใจกลางนุ่ม เช่น สอดไส้คาราเมล นี่เลิฟอย่าบอกใครเชียว

      ราศีเมถุน ชาวราศีเมถุนจะชอบช็อกโกแลตที่พกไปทานได้ง่ายๆ เพราะเป็นคนไม่อยู่กับที่ ชนิดที่เป็นแบบเม็ดเล็กๆ แล้วกดออกมาทานทีละนิดจะเวิร์กมาก





      ราศีกรกฎ ไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลตแบบไหน ชาวราศีกรกฎก็ชอบไปหมด เรียกว่าใบหน้าจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มทุกครั้งที่ได้รับ

      ราศีสิงห์ มีเคล็ดนิดหน่อยเวลาจะให้ช็อกโกแลตชาวราศีสิงห์ คุณต้องมีวิธีการให้แบบเซอร์ไพรส์ หรือจู่โจมถึง จะสร้างความประทับใจได้

        ราศีกันย์ คุณต้องแน่ใจว่าช็อกโกแลตที่จะให้สะอาด แสดงส่วนผสมชัดเจน และอยู่ในหีบห่อสวยงาม แล้วก็ต้องเป็นแบบที่เก็บไว้ได้นานๆ ด้วยเพราะเขาจะกินมันครึ่งนึง แล้วเก็บที่เหลือไว้ในตู้เย็นอีกเป็นเดือน

        ราศีตุลย์ ชาวราศีตุลย์ชอบอะไรๆ ที่เป็นคู่ ดังนั้นคุณควรสร้างความประทับใจ ด้วยการหาซื้อช็อกโกแลต ให้เขากล่องหนึ่ง แล้วก็สำหรับตัวเองเหมือนกันอีกกล่องด้วย


         ราศีพิจิก ชาวราศีนี้เป็นคนที่ชอบกินช็อกโกแลตมาก โดยเฉพาะแบบที่ค่อนข้างเหลวหน่อย เพราะมีวิธีการกิน ที่ไม่เหมือนใคร ต้องค่อยๆ เลียเหมือนกินไอศครีม

        ราศีธนู ชอบช็อกโกแลตแบบฝรั่งเศสเป็นที่สุดเลย ไม่รู้ว่าแบบฝรั่งเศสเป็นยังไงก็เลือกดูที่ Made in France แล้วกัน



   ราศีมังกร พวกนี้ชอบแต่ของที่ดีที่สุด และก็แพงที่สุดเท่านั้น ประเภทว่าถ้าไม่เริ่ดที่สุดก็ไม่มีทางแล

    ราศีกุมภ์ ไม่ต้องเอาอันที่ใหญ่มากนักหรอกนะ เล็กๆ ก็พอ ชาวราศีนี้ชอบอะไร ที่ค่อนข้างจะกุ๊กกิ๊กน่ารัก


      ราศีมีน ชาวมีนชอบช็อกโกแลตแบบที่มีรวมกันหลายรสหลายแบบ เพราะเป็นคน ชอบแบ่งให้คนอื่นกินได้ด้วย 


วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554

เขากระโดง






          วนอุทยานเขากระโดงอยู่ในท้องที่ตำบลเสม็ด ตำบลอิสานและตำบลสวายจีก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ มีเนื้อที่ประมาณ 1,450 ไร่ เนื้อที่ส่วนใหญ่ของป่าเป็นที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดิน กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2526

ประวัติความป็นมา
         เขากระโดงเป็นภูเขาไฟเก่าแก่ที่มองเห็นลักษณะปากปล่องได้ชัดเจน อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 6 กม.บนเส้นทางสาย บุรีรัมย์-ประโคนชัย (ทางหลวงหมายเลข 219) วนอุทยานเหล่านี้มีพันธุ์ไม้พื้นเมือง น่าศึกษา หลายชนิด สามารถขึ้นได้ 2 ทาง คือ ทางรถยนต์ ซึ่งตลอดเส้นทางจะพบพระพุทธรูปปางต่างๆ เรียงรายอยู่เป็นระยะ ส่วนทางขึ้นอีกทางหนึ่งเป็นบันได มีความสูงประมาณ 265 เมตร ก่อนถึงยอดเขา จะเห็นสระน้ำมณีวรรณ อยู่ทางด้านขวามือ สระน้ำนี้เชื่อว่าเดิมเป็นปากปล่องภูเขาไฟ บนยอดเขาเป็นลานกว้าง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่ ชื่อว่า "พระสุภัทรบพิตร" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่เมืองบุรีรัมย์ และมีปรางค์กู่โบราณ ภายในประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองอยู่ด้วย

                                                    ลักษณะภูมิประเทศ
       บริเวณป่าเขากระโดงมีสภาพพื้นที่เป็นภูเขาขนาดเล็ก 2 ลูกอยู่ติดๆกัน คือเขากระโดงและเขาใหญ่ บริเวณพื้นที่ป่าเขากระโดงเป็นที่ราบสูงและเนินเขาซึ่งลาดจากเขากระโดงและเขาใหญ่ลงไปทางทิศตะวันออก ภายในบริเวณเขากระโดงเป็นหุบเขาตื้นๆมีทำนบกั้นเป็นอ่างเก็บน้ำ 2 แห่ง จากป่าเขากระโดงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้มีอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มากและอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด
ลักษณะภูมิอากาศ
      สภาพภูมิอากาศของป่าบริเวณเขากระโดงแบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า
      มีสภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าเต็งรัง พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ เต็ง รัง มะกอกเลื่อม ตะคร้อ ขี้เหล็กป่า สมอพิเภก งิ้วป่า ปอยาบ เป็นต้น ไม้พื้นล่างได้แก่ สาบเสือและหญ้าชนิดต่างๆและยังมีพันธุ์ไม้ที่นำมาปลูกได้แก่ จามจุรี ลั่นทม สนประดิพัทธ์ โพธิ์ มะม่วง มะขาม ยูคาลิปตัสสัตว์ป่าที่พบได้แก่ กระรอก กระต่ายป่า และนกชนิด ต่างๆ
                         
บ้านพัก-บริการ
       วนอุทยานเขากระโดง ไม่มีบ้านพักบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะเดินทางไปพักแรม โปรดนำเต็นท์ไปกางเองแล้วไปติดต่อขออนุญาตกับหัวหน้าวนอุทยานเขากระโดงโดยตรง หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายจัดการวนอุทยาน สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ 10900
แหล่งท่องเที่ยว
       เขากระโดง บนเขากระโดงเป็นที่ตั้งของปูชนียสถานหลายอย่างซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป ที่สำคัญได้แก่ พระพุทธบาทจำลอง พระสุภัทรบพิตร และยังมีปูชนียสถานเรียงรายอยู่ตามทางรถยนต์ขึ้นเขากระโดงอีกหลายแห่งเช่น กุฏีคชเสนีย์ ศาลาพระพุทธองค์
ศาลาประจำวัน

                                                      พระพุทธบาทจำลอง พระสุภัทรบพิตร

การเดินทาง
รถยนต์ สามารถเดินทางไปวนอุทยานเขากระโดงได้ 3 เส้นทางดังนี้
    1.ส้นทางจากจังหวัดบุรีรัมย์ ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 219 (บุรีรัมย์-ประโคนชัย) ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าวนอุทยานฯ
    2.เส้นทางจากจังหวัดนครราชสีมา ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 (นครราชสีมา-สุรินทร์) ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าวนอุทยานฯ
    3.เส้นทางจากจังหวัดสุรินทร์ ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 ระยะทาง 50 กิโลเมตร พบสี่แยกแล้วเลี้ยวซ้ายไปอำเภอประโคนชัยประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า

สถานที่ติดต่อ
     วนอุทยานเขากระโดง สำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) ต.เสม็ด อ.เมือง
จ.บุรีรัมย์ 


ประวัติต้นหีผีหรือโยนีปิศาจที่เขากระโดง

                         

        ในสมัยหนึ่ง พระโพธิสัตว์จุติจากเทวโลกลงมากำเนิดเป็นราชโอรสของท้าวมหาธรรมราชากับนางสุวรรณเทวีแห่งเมืองพรหมพันธุ์นคร (บางตำนานว่าเป็นลูกเจ้าเมืองขอม) มีนามว่า ปาจิตต์กุมารครั้นปาจิตต์กุมารมีพระชนม์ได้ ๑๖ พรรษา พระราชบิดาก็ทรงคิดจะอภิเษกให้ขึ้นครองราชย์ และได้หาพระธิดาของกษัตริย์เมืองขึ้นทั้งร้อยเอ็ดหัวเมืองมาให้เลือก แต่ท้าวปาจิตต์ไม่ต้องพระทัย จึงคิดจะแสวงหาคู่ด้วยพระองค์เอง โดยโหรได้ทำนายว่าเนื้อคู่ของพระองค์นั้นยังอยู่ในครรภ์ของหญิงม่ายผู้อนาถา ให้ท้าวปาจิตต์เดินทางไปทิศตะวันออกจะได้พบและรู้จักหญิงผู้นั้น โดยให้สังเกตแสงอาทิตย์ทรงกลดเป็นเงากั้นบนศีรษะเพราะบุญญาธิการของทาริกาที่อยู่ในครรภ์นอกจากข้อมูลในเชิงวิชาการแล้วยังมีตำนานเกี่ยวกับต้นหีผีอยู่เรื่องหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในวรรณกรรมท้องถิ่นเรื่อง ท้าวปาจิตต์ นางอรพิมซึ่งเป็นทั้งวรรณกรรมลายลักษณะและวรรณกรรมมุขปาฐะ (บอกเล่า) โดยตอนหนึ่งได้เล่าถึงเหตุการณ์ซึ่งเป็นที่มาของตนไม้ชื่อแปลกพันธุ์นี้ว่า     ต้น กระนุยขม็อจหรือหีผีมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Schrebera swietenioides Roxb” เป็นไม้ยืนต้นเปลือกแข็ง ลำต้นสูงใหญ่ ดอกมีลักษณะเป็นช่อมีสีขาวแกมเหลืองคล้ายดอกพวงพะยอมแต่ไม่หอม เริ่มออกดอกในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ลักษณะของผลคล้าย ๆ ลูกมะกอก ขนาดประมาณ ๓ ๕ เซนติเมตร เมื่อผลสุกเต็มที่จะร่วงลงมาและแตกออกเป็น ๒ ซีก หากนำไปกดกับดินทรายจะปรากฏรอยมีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศหญิง พันธุ์ไม้ชนิดนี้มีเฉพาะในประเทศไทย ส่วนใหญ่แล้วมักจะพบตามภูเขาไฟ


       หลังจากได้ฟังคำทำนายของโหรท้าวปาจิตต์ได้เดินทางหาคู่จนกระทั่งไปพบนางบัวชาวบ้านสัมฤทธิ์ซึ่งกำลังตั้งครรภ์และมีลักษณะตรงกับคำทำนาย ท้าวปาจิตต์จึงขอฝากตัวเป็นคนรับใช้ จนกระทั่งนางบัวได้คลอดบุตรเป็นทารกหญิง ท้าวปาจิตต์ได้ตรวจดูลักษณะเห็นถูกต้องตามคำทำนายก็ยินดีปรีเปรมเป็นอย่างยิ่ง ช่วยนางบัวเลี้ยงดูบุตรจนเติบใหญ่เป็นสาวงามมีนามว่า อรพิมพ์ต่อมาท้าวปาจิตต์ได้ขอลานางบัวกลับบ้านเมืองเพื่อเตรียมตัวกลับมาสู่ขอนางอรพิมพ์ตามประเพณี โดยมีการจัดขบวนขันหมากอย่างสมเกีตรกับลูกเจ้าเมือง


      พอขบวนขันหมากเดินทางมาถึงบ้านกงรถ ท้าวปาจิตต์ไดข่าวมาว่านางอรพิมพ์ถูกท้าวพรหมทัตกุมาร โอรสแห่งพาราณศรีฉุดนางไปเป็นชายาแต่นางไม่ยินยอมจึงถูกขังไว้ในปราสาทของท้าวพรหมทัต ท้าวปาจิตต์ได้ยินดังนั้นก็ทรงเสียพระทัยเป็นอย่างมาก รับสั่งให้ทหารทุกคนที่ติดตามมากลับคืนบ้านเมือง ส่วนพระองค์ได้เดินทางเข้าเมืองคนเดียวเพื่อตามหานางอรพิมพ์จนกระทั่งพบกันและชักชวนกันหลบหนีออกมาจากที่คุมขัง
     ระหว่างทางท้าวปาจิตต์ถูกนายพรานฆ่าตายและชิงตัวนางอรพิมพ์ไป ต่อมานางอรพิมพ์ได้ฆ่านายพรานผู้นั้น แล้วกลับมารักษาท้าวปาจิตต์จนฟื้นคืนชีพด้วยสมุนไพรวิเศษที่ได้มาจากเทวดา หลังจากนั้นจึงพากันออกเดินทางต่อและได้ล่องเรือผ่านแม่น้ำสายหนึ่งโดยอาศัยเณรเป็นคนพายเรือข้ามฟากให้ แต่เณรได้ออกอุบายล่อลวงให้ท้าวปาจิตต์ขึ้นฝั่งไปก่อนส่วนตนเองพานางอรพิมพ์พายเรือหนีไป จนกระทั่งขึ้นฝั่งนางอรพิมพ์จึงออกอุบายให้เณรขึ้นไปบนต้นมะเดื่อแล้วเอาหนามใส่ไว้ใต้ต้น ก่อนจะพายเรือกลับมาหาท้าวปาจิตต์แต่หาไม่พบ นางจึงออกเดินทางตามหา


     เนื่องจากต้องระเหเร่ร่อนรอนแรมกลางป่าดงตามลำพังผู้เดียวและเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายขึ้นกับตนในระหว่างเดินทาง นางอรพิมพ์จึงได้ตั้งจิตอธิฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ตนเองแปลงร่างกลายเป็นชาย โดยขอให้บางส่วนที่เป็นหญิงหลุดหายไปจากร่าง ดังนั้น นางจึงเอานมไปฝากไว้ที่ต้นงิ้ว ส่วนโยนี (อวัยวะเพศหญิง) เอาไปฝากไว้ที่ต้นมะกอกโคก ก่อนจะออกเดินทางตามหาท้าวปาจิตต์ต่อไป
ครั้นเมื่อเดินทางผ่านมาถึงเมืองจำบาก นางอรพิมซึ่งอยู่ในร่างชายได้ใช้รากไม้ที่เป็นสมุนไพรวิเศษของตนเองรักษาพระธิดาเจ้าเมืองที่ถูกงูกัดตายให้รอดชีวิตขึ้นมาได้เจ้าเมืองจำบากรู้สึกพอพระทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงยกพระธิดาให้แต่งงานด้วย แต่นางอรพิมได้ตอบปฏิเสธและพยายามบ่ายเบี่ยง โดยขอเพียงให้ได้บวชในพุทธศาสนาจนกระทั่งได้รับสมณศักดิ์เป็น พิมสังฆราชอยู่ในนครแห่งนั้น

    จนกระทั่งวันเวลาผ่านไป ๗ ปี นางอรพิมพ์จึงได้พบกับท้าวปาจิตต์อีกครั้งหนึ่ง เมื่อเห็นเช่นนั้นนางอรพิมพ์ในร่างพิมสังฆราชจึงได้เดินทางไปยังต้นมะกอกโคกที่ตนเองฝากโยนีเอาไว้ แล้วตั้งจิตอธิษฐานทำพิธีบวงสรวงเทวดาฟ้าดินขอให้ตนเองกลับมาเป็นเพศหญิงดังเดิม แล้วทั้งสองก็พากันเดินทางกลับบ้านเมืองของตนเองจากตำนานท้องถิ่นที่เล่าบอกต่อกันมาข้างต้น